การฉีดยาคุมกำเนิดแบบ 1 เดือน และ 3 เดือน

การฉีดยาคุมกำเนิด: ข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้

การฉีดยาคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ **ยาฉีดชนิดโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว** และ **ยาฉีดฮอร์โมนรวม**

ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

ยาฉีดชนิดโปรเจสตินเพียงอย่างเดียวมักจะมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า

แต่ผู้ใช้มักจะพบปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไป

ในขณะที่ยาฉีดฮอร์โมนรวมช่วยควบคุมรอบเดือนให้เป็นปกติ

แต่ต้องกลับมาฉีดทุกเดือน ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับบางคน


ข้อดีของการฉีดยาคุมกำเนิดคือสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน

อัตราการตั้งครรภ์เฉลี่ยอยู่ที่ต่ำกว่า 1% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรพิจารณาถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

เช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน และอาการปวดศีรษะ ก่อนตัดสินใจใช้วิธีนี้.


ความแตกต่างระหว่างยาฉีดคุมกำเนิดชนิด 1 เดือนและ 3 เดือน

การฉีดยาคุมกำเนิดมีสองแบบหลัก ได้แก่ **ยาฉีดทุกเดือน** และ **ยาฉีดทุก 3 เดือน**

ซึ่งมีความแตกต่างในด้านความถี่ในการฉีดและผลกระทบต่อรอบเดือน


ยาฉีดทุกเดือน (เช่น Combined Injectable Contraceptives) จะต้องไปฉีดที่สถานพยาบาลทุกเดือน

ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมรอบเดือนให้เป็นปกติ


ในขณะที่ยาฉีดทุก 3 เดือน (เช่น Progestin-Only Injectable Contraceptives) มีความสะดวกมากกว่า

เนื่องจากสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้นานถึง 12 สัปดาห์

โดยไม่ต้องกลับมาฉีดบ่อย

อย่างไรก็ตาม ยาฉีดทุก 3 เดือนอาจทำให้เกิดปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไปได้มากกว่า


ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง แต่ควรเลือกตามความสะดวกและสุขภาพของแต่ละบุคคล.


ขั้นตอนการฉีดยาคุมกำเนิด: สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ

ขั้นตอนการฉีดยาคุมกำเนิดไม่ซับซ้อน

โดยทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าผู้หญิงไม่ได้ตั้งครรภ์

ก่อนเข้ารับการฉีดยา ควรทำในช่วง 5 วันแรกของการมีประจำเดือน

เพื่อให้มั่นใจว่ายามีประสิทธิภาพสูงสุด


หากทำในช่วงเวลาอื่น ควรงดมีเพศสัมพันธ์ก่อนถึง 7 วันหลังจากฉีดยา

แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดยา

จากนั้นใช้เข็มบรรจุยาคุมกำเนิดฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อ

ซึ่งอาจเป็นบริเวณต้นแขน หน้าท้อง หรือสะโพก ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์


หลังจากฉีดยาเสร็จ ผู้หญิงสามารถกลับบ้านได้ทันที

แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดยา

เพื่อไม่ให้ยาดูดซึมเร็วเกินไป.


ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดยาคุมกำเนิด

แม้ว่าการฉีดยาคุมกำเนิดจะมีประสิทธิภาพสูง

แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ผู้ใช้ควรรู้ เช่น การเปลี่ยนแปลงในรอบเดือน

อาจเกิดอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ มาน้อย หรือขาดหายไป

นอกจากนี้ยังอาจพบกับอาการเช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน ปวดศีรษะ และตึงคัดเต้านม

บางคนอาจเกิดฝ้าบนผิวหนังหรือสิวขึ้นได้

การติดตามผลหลังจากได้รับการฉีดยาเป็นสิ่งสำคัญ

เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง

หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกมากหรือรู้สึกเจ็บบริเวณที่ฉีดยา

ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม.


คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาว่าวิธีใดเหมาะสมที่สุด

โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนจากวิธีอื่น เช่น ยาเม็ดหรือห่วงอนามัย

การเปลี่ยนไปใช้ยาฉีดคุมกำเนิดควรทำในช่วงเวลาที่เหมาะสม

เช่น หลังจากหยุดใช้ยาเม็ดหรือหลังคลอดบุตร

นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบสุขภาพโดยรวมและประวัติสุขภาพเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อน

การติดตามผลหลังจากเปลี่ยนวิธีก็เป็นสิ่งสำคัญ

เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีใหม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ.


ประสิทธิภาพของยาฉีดคุมกำเนิดในการป้องกันการตั้งครรภ์

ยาฉีดคุมกำเนิดถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง

โดยสามารถลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ถึง 99% เมื่อใช้อย่างถูกต้อง

วิธีนี้ทำงานโดยปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด

ซึ่งช่วยป้องกันการตกไข่และทำให้มูกปากมดลูกหนืดขึ้น

ทำให้ตัวอสุจิไม่สามารถเดินทางไปยังไข่ได้ง่าย

นอกจากนี้ยังลดโอกาสในการฝังตัวของไข่ในกรณีที่เกิดการปฏิสนธิ

ยาฉีดคุมกำเนิดจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ต้องการหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะยาว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ.


ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาฉีดคุมกำเนิด

แม้ว่ายาฉีดยาคุมกำเนิดจะเหมาะสำหรับผู้หญิงหลายคน

แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ผู้หญิงที่มีประวัติสุขภาพเกี่ยวกับโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคตับ

รวมถึงผู้หญิงที่สูบบุหรี่และมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้วิธีนี้

เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ก็ไม่ควรใช้ยาฉีดยาคุมกำเนิด

เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และทารก.


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดยาคุมกำเนิด

คำถามเกี่ยวกับการฉีดยาคุมกำเนิดมักเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย วิธีใช้งาน และผลข้างเคียง

ผู้หญิงหลายคนสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้

ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และขั้นตอนในการถอดออก

คำตอบทั่วไปคือ ยาฉีดยาคุมกำเนิดสามารถใช้งานได้ประมาณ 3 เดือน สำหรับแบบ 3 เดือน

และต้องกลับมาฉีดใหม่เพื่อรักษาประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังควรรู้ว่าหากเกิดอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพ.


อนาคตของวิธีคุมกำเนิด: ยาฉีดยาคุมกำเนิดในยุคใหม่

อนาคตของวิธีคุมกำเนิดดูสดใสด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยในการพัฒนายาฉีดยาคุมกำเนิด

มีแนวโน้มว่าจะมีสูตรใหม่ๆ ที่ลดผลข้างเคียงและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์

รวมถึงความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับฮอร์โมนใหม่ๆ

ที่อาจนำมาใช้ในอนาคต

เพื่อให้ผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกวิธีคุมกำเนิดตามความต้องการและสุขภาพของตนเอง.


****************************

ความเชี่ยวชาญอื่นของ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์

ให้คำปรึกษา และรักษา


  • ฉีดสีประเมินท่อนำไข่(HSG)
  • ตรวจน้ำเชื้อ(Semen analysis)
  • เจาะฮอร์โมนสตรี เช่น AMH, FSH, LH, E2, P4
  • ประเมินเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ด้วย MRI
  • ปรับพฤติกรรม และให้ยาในคนไข้ PCOS ที่มีภาวะอ้วน
  • แก้หมัน(เปิดหน้าท้อง,ผ่านกล้อง)
  • ฉีดเชื้อ(IUI) 
  • เด็กหลอดแก้ว(IVF, IVF-ICSI)(ให้คำปรึกษา)
  • ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกผ่านกล้อง 
  • ผ่าตัดเนืองอกกล้ามเนื้อมดลูกผ่ากล้อง
  • ผ่าตัดเลาะพังผืดผ่านกล้อง
  • ผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ด้วย CO2 laser
  • ให้คำปรึกษาการรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIIFU, Microwave, RF



ความเชี่ยวชาญอื่นๆของ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์

ให้คำปรึกษา และรักษา

  • ฉีดสีประเมินท่อนำไข่(HSG)
  • ตรวจน้ำเชื้อ(Semen analysis)
  • เจาะฮอร์โมนสตรี เช่น AMH, FSH, LH, E2, P4
  • ประเมินเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ด้วย MRI
  • ปรับพฤติกรรม และให้ยาในคนไข้ PCOS ที่มีภาวะอ้วน
  • แก้หมัน(เปิดหน้าท้อง,ผ่านกล้อง)
  • ฉีดเชื้อ(IUI) 
  • เด็กหลอดแก้ว(IVF, IVF-ICSI)(ให้คำปรึกษา)
  • ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกผ่านกล้อง 
  • ผ่าตัดเนืองอกกล้ามเนื้อมดลูกผ่ากล้อง
  • ผ่าตัดเลาะพังผืดผ่านกล้อง
  • ผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ด้วย CO2 laser
  • ให้คำปรึกษาการรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIIFU, Microwave, RF


รีวิว

ติดต่อเรา

มุสิกา คลินิก

ปราจีนบุรี

เบอร์โทร

02-114-7710 (ศูนย์สุขภาพสตรี)
037-212-987 (กุมารเวชกรรม)
037-216-727 (ผิวพรรณและความงาม)

ที่อยู่

62/8-9 ถนนปราจันตคาม ต.หน้าเมือง อ. เมือง ปราจีนบุรี

เวลาทำการ

ศูนย์สุขภาพสตรี
17:00 - 20:00 อาทิตย์-ศุกร์
09:00 - 12:00 เสาร์

กุมารเวชกรรม
17:00 - 20:00 จันทร์-ศุกร์

ผิวพรรณและความงาม
12:00 - 20:00 จันทร์-ศุกร์
10:00 - 20:00 เสาร์-อาทิตย์