มีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่เป็นโพรงเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มักจะมาพบแพทย์ และได้รับการวินิจฉัย หลังจากที่เริ่มมีอาการแล้ว 8.5 ปี
เพราะอะไร ถึงได้มาได้การตรวจวินิฉัยช้าขนาดนั้น
**ทำไมผู้หญิงบางคนถึงรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ช้าไปถึง 8.5 ปี?**
โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่รู้จักในชื่อ "Endometriosis" เป็นโรคที่เกิดจากการที่เนื้อเยื่อที่ควรอยู่ในโพรงมดลูกเติบโตผิดที่ เช่น บริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ หรืออวัยวะอื่นในช่องท้อง ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงหลายคนกลับได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคนี้ช้าโดยเฉลี่ยถึง 8.5 ปี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? มาดูสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการรักษาโรคนี้:
**1. อาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง**
อาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เช่น ปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดขณะขับถ่าย อาจคล้ายกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น ปวดประจำเดือนทั่วไป หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBS) ทำให้หลายคนมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง
**2. ขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรค**
ข้อมูลเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างเพียงพอ ผู้หญิงบางคนอาจไม่ทราบว่าอาการที่พวกเธอเผชิญอยู่เป็นสัญญาณของโรคนี้ และไม่ได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์เฉพาะทาง
**3. ทัศนคติและความเชื่อเกี่ยวกับความเจ็บปวดของผู้หญิง**
ในบางวัฒนธรรม การปวดประจำเดือนรุนแรงถูกมองว่าเป็น "เรื่องธรรมชาติของผู้หญิง" หรือเป็นสิ่งที่ต้องอดทน ทำให้ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าแสดงความเจ็บปวดให้แพทย์หรือคนรอบข้างรับรู้ ซึ่งส่งผลให้ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ
**4. การวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน**
การวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ต้องอาศัยการตรวจพิเศษ เช่น การส่องกล้องทางนรีเวช (Laparoscopy) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ป่วยบางคนอาจถูกส่งต่อระหว่างแพทย์หลายคนก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
**5. ระบบบริการสุขภาพที่ไม่เอื้อต่อการวินิจฉัยโรคเร็ว**
ในบางประเทศหรือพื้นที่ การเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวชอาจใช้เวลานานเนื่องจากจำนวนแพทย์ที่จำกัด หรือระบบสุขภาพที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ทำให้การรักษาล่าช้าออกไปอีก
**ผลกระทบจากความล่าช้าในการรักษา**
ความล่าช้าในการรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก เช่น การปวดเรื้อรังที่รุนแรงขึ้น ภาวะมีบุตรยาก หรือแม้กระทั่งปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น ความเครียดและภาวะซึมเศร้า
**จะลดความล่าช้าได้อย่างไร?**
1. **สร้างความตระหนักรู้**: การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคผ่านสื่อ การศึกษาในโรงเรียน และการรณรงค์จะช่วยให้ผู้หญิงรู้จักโรคนี้และสังเกตอาการของตนเองได้ดีขึ้น
2. **ปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคม**: ควรส่งเสริมให้ผู้หญิงพูดคุยเรื่องความเจ็บปวดอย่างเปิดเผย และลดการตีตราว่าการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ต้องอดทน
3. **พัฒนาระบบบริการสุขภาพ**: การเพิ่มจำนวนแพทย์เฉพาะทางและพัฒนาการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยโรคในระยะแรกจะช่วยลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องรอคอย
4. **สนับสนุนงานวิจัย**: การศึกษาเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เพิ่มเติมจะช่วยให้มีวิธีการวินิจฉัยและรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
**บทสรุป**
ความล่าช้าในการรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม การสร้างความตระหนักรู้ ปรับปรุงระบบบริการสุขภาพ และส่งเสริมการพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของผู้หญิงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความล่าช้าและผลกระทบจากโรคนี้ในอนาคต
สุดท้ายหมออยากจะฝากไว้ว่าหากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่าจะมีอาการผิดปกติ ควรมาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ถูกต้องแม่นยำ เพราะหากตัวโรคเป็นมาก การรักษาก็ยากขึ้นตามลำดับ
****************************
ความเชี่ยวชาญอื่นๆของ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์
ให้คำปรึกษา และรักษา
- ฉีดสีประเมินท่อนำไข่(HSG)
- ตรวจน้ำเชื้อ(Semen analysis)
- เจาะฮอร์โมนสตรี เช่น AMH, FSH, LH, E2, P4
- ประเมินเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ด้วย MRI
- ปรับพฤติกรรม และให้ยาในคนไข้ PCOS ที่มีภาวะอ้วน
- แก้หมัน(เปิดหน้าท้อง,ผ่านกล้อง)
- ฉีดเชื้อ(IUI)
- เด็กหลอดแก้ว(IVF, IVF-ICSI)(ให้คำปรึกษา)
- ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกผ่านกล้อง
- ผ่าตัดเนืองอกกล้ามเนื้อมดลูกผ่ากล้อง
- ผ่าตัดเลาะพังผืดผ่านกล้อง
- ผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ด้วย CO2 laser
- ให้คำปรึกษาการรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIIFU, Microwave, RF
Ref. http://endometriosis.org/news/research/why-the-diagnostic-delay/