⭐ สรุปสั้นๆสำหรับคนไม่มีเวลาอ่าน
ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด
มักเกิดจาก เลือดประจำเดือนที่ค้างในร่องแผลเป็นของมดลูก
แล้วค่อย ๆ ไหลออกหลังหมดประจำเดือน
อาการที่พบบ่อย:
- เลือดออก 7–14 วันหลังเมนส์
- สีน้ำตาล
- เป็นซ้ำทุกเดือน
การรักษา:
- ยาคุม
- ผ่าตัดเล็มแผล
- เย็บปิดร่อง
ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะรักษาได้ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นทันที
สำหรับเนื้อหาเต็มๆ เรามาเริ่มกันเลยครับ
⭐ ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด: สัญญาณจากแผลเป็นที่มดลูก อันตรายไหม? และรักษาอย่างไร
ผู้หญิงจำนวนมากที่เคยผ่าตัดคลอดลูก มักพบอาการ ตกขาวสีน้ำตาล หรือ “เลือดออกกระปริบกระปรอย” หลังหมดประจำเดือน ซึ่งบางครั้งอยู่ได้นานหลายวันจนสร้างความไม่สบายใจ ไม่มั่นใจ หรือกังวลว่าเป็นโรคอะไรร้ายแรง
คำถามยอดฮิตคือ…
- มันปกติไหม?
- เกี่ยวกับแผลผ่าคลอดหรือเปล่า?
- ต้องรักษาไหม หรือปล่อยไว้ได้?
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ กลไก อาการ การตรวจรักษา จนถึงคำถามยอดนิยม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
⭐ ตกขาวสีน้ำตาลคืออะไร?
ตกขาวสีน้ำตาลเกิดจาก เลือดเก่าที่ปนออกมากับสารคัดหลั่ง ในช่องคลอด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสีของตกขาวจึงเป็นสีน้ำตาลแทนที่จะเป็นสีแดงสด
เลือดใหม่ = สีแดงสด
เลือดเก่า = สีน้ำตาล
ดังนั้นตกขาวสีน้ำตาล ไม่ใช่เชื้อรา ไม่ใช่ความสกปรก แต่เป็นเลือดที่ค้างอยู่ในโพรงมดลูกหรือช่องคลอด แล้วค่อย ๆ ไหลออกมาทีละน้อย
⭐ ทำไมผ่าคลอดถึงเสี่ยงตกขาวสีน้ำตาล?
เวลาผ่าตัดคลอด แพทย์ต้องผ่าเข้าไปที่มดลูก ทำให้เกิด แผลเป็นภายในโพรงมดลูก ซึ่งอาจกลายเป็นร่องหรือแอ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้เลือดไหลไปค้างได้
ข้อมูลจากแพทย์:
- ผ่าคลอด 1 ครั้ง → เกิดแผลเป็น 61%
- ผ่าคลอด 2 ครั้ง → 81%
- ผ่าคลอด 3 ครั้ง → 100%
ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการ
แต่เป็นสาเหตุสำคัญของ เลือดออกผิดปกติและตกขาวสีน้ำตาลแบบเรื้อรัง
⭐ กลไกสำคัญ: เลือดค้างในร่องแผลเป็น
ปกติแล้วประจำเดือนจะไหลออกหมดภายใน 4–7 วัน
แต่ถ้าบริเวณแผลเป็นทำให้เกิดช่องหรือร่อง เลือดบางส่วนจะ ไหลลงไปค้างอยู่ในร่อง แล้วค่อย ๆ ซึมออกหลังประจำเดือนหมด
กลไกนี้ทำให้เกิดอาการ:
- ประจำเดือนหมดแล้ว แต่ยังมีเลือดออก
- มักเป็นสีน้ำตาล
- ออกแบบน้อย ๆ แต่ยาวนาน
- บางครั้งเป็นนาน 7–14 วัน
- และเกิดซ้ำทุกเดือน
ความรุนแรงขึ้นกับ:
- ขนาดของร่อง
- รูปทรงของแผล
- จำนวนครั้งที่ผ่าคลอด
- ปริมาณประจำเดือนของแต่ละคน
⭐ แผลเป็นแบบไหนทำให้อาการมากที่สุด?
แผลเป็นในโพรงมดลูกมีหลายรูปแบบ (พบได้ 6 แบบ)
แต่แบบที่สร้างอาการมากที่สุดคือ:
🔹 แผลเป็นแบบ “ครึ่งวงกลมมีแง่ง”
เพราะมีส่วนยื่นที่ทำให้เลือด:
- ไหลติด
- ไหลช้า
- ค้างนาน
ทำให้เกิดตกขาวสีน้ำตาลแบบ เรื้อรังต่อเนื่องทุกเดือน
⭐ อาการที่ควรรู้: อะไร “ไม่ปกติ”
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรสงสัยว่าเกี่ยวกับแผลจากผ่าคลอด:
- ประจำเดือนหมด แต่ยังมีเลือดสีน้ำตาล 7–14 วัน
- เลือดออกกระปริบกระปรอยทุกเดือน
- ตกขาวมีเลือดเก่าปนอย่างต่อเนื่อง
- ปริมาณน้อย แต่เป็นทุกครั้งหลังมีประจำเดือน
- มีกลิ่นผิดปกติ
- มีอาการเจ็บท้องน้อยร่วม
โดยเฉพาะถ้าคุณ:
- ผ่าคลอดมากกว่า 1 ครั้ง
ความเสี่ยงสูงมากขึ้น
⭐ ต้องตรวจอย่างไร? อัลตราซาวด์ปกติพอไหม?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป
เพราะในบางช่วงเวลา
เลือดที่ค้างอยู่ในร่องอาจไหลออกหมด ทำให้ร่องแฟบจนไม่เห็นในอัลตราซาวด์ธรรมดา
วิธีตรวจที่แม่นยำและให้ข้อมูลดีที่สุดคือ:
🔍 Infusion Sonography
หรือ อัลตราซาวด์ฉีดน้ำเกลือเข้าโพรงมดลูก
ประโยชน์:
- ทำให้โพรงมดลูกขยาย
- มองเห็นร่องแผลชัดเจน
- วัดขนาด ความลึก ความกว้าง
- ประเมินกล้ามเนื้อที่เหลืออยู่
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญต่อการวางแผนการรักษา
⭐ วิธีรักษาตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของอาการและความจำเป็นของแต่ละคน
1. รักษาด้วยยา (ไม่ผ่าตัด)
เหมาะกับคนที่:
- อาการไม่รุนแรง
- เลือดออกเล็กน้อย
- ไม่ต้องการมีบุตรในอนาคต
วิธีคือ:
- ใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อลดปริมาณประจำเดือน
เมื่อเลือดประจำเดือนน้อยลง
เลือดค้างก็ลดลง
ทำให้อาการดีขึ้นได้มาก
2. ผ่าตัดเล็มแผล (Hysteroscopic Surgery)
เหมาะกับกรณี:
- เลือดออกมาก
- เป็นเรื้อรัง
- ใช้ยาคุมแล้วไม่ดีขึ้น
วิธีการ:
- เล็ม “แง่ง” ของแผลออก
- ทำให้พื้นร่องเรียบ
- ลดการค้างของเลือด
ผลลัพธ์:
- เลือดกระปริบกระปรอยลดลง
- ตกขาวสีน้ำตาลดีขึ้นหรือหายไป
3. เย็บปิดร่องแผล
ใช้ในกรณีรุนแรงมาก เช่น:
- ร่องลึกผิดปกติ
- ผ่าคลอดหลายครั้ง
- แผลเป็นมีขนาดใหญ่
ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
⭐ ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด อันตรายไหม?
โดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่อันตรายร้ายแรง
แต่เป็นภาวะที่:
- รบกวนชีวิตประจำวัน
- ส่งผลต่อความมั่นใจ
- หรือทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
ที่สำคัญคือ
ไม่ควรคิดว่า “ธรรมดา” แล้วปล่อยไว้
เพราะมันคือสัญญาณว่าโครงสร้างภายในมดลูกผิดปกติ และสามารถรักษาได้
⭐ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
ควรตรวจเมื่อ:
- อาการนานกว่า 7–14 วันหลังประจำเดือน
- เป็นซ้ำทุกเดือน
- ปริมาณเยอะจนรำคาญ
- มีกลิ่นผิดปกติ
- เจ็บท้องน้อย
หรือถ้าคุณ:
- ผ่าคลอดมากกว่า 1 ครั้ง
เพราะโอกาสเกิดแผลเป็น และร่องลึกสูงขึ้น
⭐ มีผลต่อการมีบุตรไหม?
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล
ในบางราย อาจทำให้:
- มีเลือดค้าง
- เกิดการอักเสบ
- หรือรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน
ดังนั้น
หากมีแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคต
ควรรักษาและประเมินให้เรียบร้อยก่อน
⭐ ความแตกต่างระหว่าง “ตกขาวสีน้ำตาลจากแผลผ่าคลอด” vs “จากการติดเชื้อ”
ลักษณะแผลผ่าคลอดการติดเชื้อสีน้ำตาลเหลือง, เขียว, เทากลิ่นไม่มี/อ่อนกลิ่นแรงปริมาณน้อย แต่ต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อย ๆอาการร่วมปวดน้อยหรือไม่มีคัน, แสบ, ปวดระยะเวลา7–14 วันหลังเมนส์ต่อเนื่องจนรักษา

⭐ ใครมีความเสี่ยงมากที่สุด?
- ผ่าคลอด >1 ครั้ง
- อายุ >30 ปี
- ประจำเดือนมามาก
- น้ำหนักเกิน
- ฮอร์โมนแปรปรวน
- เคยผ่าตัดมดลูกอื่น ๆ
⭐ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ตกขาวสีน้ำตาลทุกเดือน ถือว่าปกติไหม?
ไม่ปกติ
ถ้าเป็นทุกเดือน ควรตรวจ
Q2: หลังมีเพศสัมพันธ์แล้วมีตกขาวสีน้ำตาล เกี่ยวไหม?
เป็นไปได้ เพราะการมีเพศสัมพันธ์อาจกระตุ้นให้เลือดค้างไหลออก
Q3: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ไม่จำเป็น เริ่มจากการรักษาด้วยยาได้ก่อน
Q4: ผ่าตัดเจ็บไหม?
ส่วนใหญ่ผ่าตัดผ่านกล้อง เจ็บน้อย พักฟื้นเร็ว
⭐ บทส่งท้าย
ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอดเป็นภาวะที่พบได้บ่อย
แต่ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้ว่ามันมาจาก “แผลเป็นที่มดลูก” และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
ความจริงคือ:
- ตรวจได้
- รักษาได้
- และผลลัพธ์ดีมาก
ถ้าคุณมีอาการเรื้อรังทุกเดือน
อย่าปล่อยให้มันเป็นเพียง “เรื่องที่คุ้นชิน”
เพราะการรักษาที่ถูกต้องสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคุณได้จริง
****************************
ความเชี่ยวชาญอื่นๆของ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์
ให้คำปรึกษา และรักษา
- ฉีดสีประเมินท่อนำไข่(HSG)
- ตรวจน้ำเชื้อ(Semen analysis)
- เจาะฮอร์โมนสตรี เช่น AMH, FSH, LH, E2, P4
- ประเมินเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ด้วย MRI
- ปรับพฤติกรรม และให้ยาในคนไข้ PCOS ที่มีภาวะอ้วน
- แก้หมัน(เปิดหน้าท้อง,ผ่านกล้อง)
- ฉีดเชื้อ(IUI)
- เด็กหลอดแก้ว(IVF, IVF-ICSI)(ให้คำปรึกษา)
- ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกผ่านกล้อง
- ผ่าตัดเนืองอกกล้ามเนื้อมดลูกผ่ากล้อง
- ผ่าตัดเลาะพังผืดผ่านกล้อง
- ผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ด้วย CO2 laser
- ให้คำปรึกษาการรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIIFU, Microwave, RF



