ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด: สัญญาณจากแผลเป็นที่มดลูก อันตรายไหม? และรักษาอย่างไร

 08 Dec 2025  เปิดอ่าน 533 ครั้ง


⭐ สรุปสั้นๆสำหรับคนไม่มีเวลาอ่าน

ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด

มักเกิดจาก เลือดประจำเดือนที่ค้างในร่องแผลเป็นของมดลูก

แล้วค่อย ๆ ไหลออกหลังหมดประจำเดือน

อาการที่พบบ่อย:

  • เลือดออก 7–14 วันหลังเมนส์
  • สีน้ำตาล
  • เป็นซ้ำทุกเดือน

การรักษา:

  • ยาคุม
  • ผ่าตัดเล็มแผล
  • เย็บปิดร่อง

ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะรักษาได้ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นทันที


สำหรับเนื้อหาเต็มๆ เรามาเริ่มกันเลยครับ


⭐ ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด: สัญญาณจากแผลเป็นที่มดลูก อันตรายไหม? และรักษาอย่างไร

ผู้หญิงจำนวนมากที่เคยผ่าตัดคลอดลูก มักพบอาการ ตกขาวสีน้ำตาล หรือ “เลือดออกกระปริบกระปรอย” หลังหมดประจำเดือน ซึ่งบางครั้งอยู่ได้นานหลายวันจนสร้างความไม่สบายใจ ไม่มั่นใจ หรือกังวลว่าเป็นโรคอะไรร้ายแรง

คำถามยอดฮิตคือ…

  • มันปกติไหม?
  • เกี่ยวกับแผลผ่าคลอดหรือเปล่า?
  • ต้องรักษาไหม หรือปล่อยไว้ได้?

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ กลไก อาการ การตรวจรักษา จนถึงคำถามยอดนิยม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง



⭐ ตกขาวสีน้ำตาลคืออะไร?

ตกขาวสีน้ำตาลเกิดจาก เลือดเก่าที่ปนออกมากับสารคัดหลั่ง ในช่องคลอด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสีของตกขาวจึงเป็นสีน้ำตาลแทนที่จะเป็นสีแดงสด

เลือดใหม่ = สีแดงสด

เลือดเก่า = สีน้ำตาล

ดังนั้นตกขาวสีน้ำตาล ไม่ใช่เชื้อรา ไม่ใช่ความสกปรก แต่เป็นเลือดที่ค้างอยู่ในโพรงมดลูกหรือช่องคลอด แล้วค่อย ๆ ไหลออกมาทีละน้อย



⭐ ทำไมผ่าคลอดถึงเสี่ยงตกขาวสีน้ำตาล?

เวลาผ่าตัดคลอด แพทย์ต้องผ่าเข้าไปที่มดลูก ทำให้เกิด แผลเป็นภายในโพรงมดลูก ซึ่งอาจกลายเป็นร่องหรือแอ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้เลือดไหลไปค้างได้

ข้อมูลจากแพทย์:

  • ผ่าคลอด 1 ครั้ง → เกิดแผลเป็น 61%
  • ผ่าคลอด 2 ครั้ง → 81%
  • ผ่าคลอด 3 ครั้ง → 100%

ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการ

แต่เป็นสาเหตุสำคัญของ เลือดออกผิดปกติและตกขาวสีน้ำตาลแบบเรื้อรัง


⭐ กลไกสำคัญ: เลือดค้างในร่องแผลเป็น

ปกติแล้วประจำเดือนจะไหลออกหมดภายใน 4–7 วัน

แต่ถ้าบริเวณแผลเป็นทำให้เกิดช่องหรือร่อง เลือดบางส่วนจะ ไหลลงไปค้างอยู่ในร่อง แล้วค่อย ๆ ซึมออกหลังประจำเดือนหมด

กลไกนี้ทำให้เกิดอาการ:

  • ประจำเดือนหมดแล้ว แต่ยังมีเลือดออก
  • มักเป็นสีน้ำตาล
  • ออกแบบน้อย ๆ แต่ยาวนาน
  • บางครั้งเป็นนาน 7–14 วัน
  • และเกิดซ้ำทุกเดือน

ความรุนแรงขึ้นกับ:

  • ขนาดของร่อง
  • รูปทรงของแผล
  • จำนวนครั้งที่ผ่าคลอด
  • ปริมาณประจำเดือนของแต่ละคน

⭐ แผลเป็นแบบไหนทำให้อาการมากที่สุด?

แผลเป็นในโพรงมดลูกมีหลายรูปแบบ (พบได้ 6 แบบ)

แต่แบบที่สร้างอาการมากที่สุดคือ:

🔹 แผลเป็นแบบ “ครึ่งวงกลมมีแง่ง”

เพราะมีส่วนยื่นที่ทำให้เลือด:

  • ไหลติด
  • ไหลช้า
  • ค้างนาน

ทำให้เกิดตกขาวสีน้ำตาลแบบ เรื้อรังต่อเนื่องทุกเดือน



⭐ อาการที่ควรรู้: อะไร “ไม่ปกติ”

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรสงสัยว่าเกี่ยวกับแผลจากผ่าคลอด:

  • ประจำเดือนหมด แต่ยังมีเลือดสีน้ำตาล 7–14 วัน
  • เลือดออกกระปริบกระปรอยทุกเดือน
  • ตกขาวมีเลือดเก่าปนอย่างต่อเนื่อง
  • ปริมาณน้อย แต่เป็นทุกครั้งหลังมีประจำเดือน
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • มีอาการเจ็บท้องน้อยร่วม

โดยเฉพาะถ้าคุณ:

  • ผ่าคลอดมากกว่า 1 ครั้ง

ความเสี่ยงสูงมากขึ้น



⭐ ต้องตรวจอย่างไร? อัลตราซาวด์ปกติพอไหม?

คำตอบคือ ไม่เสมอไป

เพราะในบางช่วงเวลา

เลือดที่ค้างอยู่ในร่องอาจไหลออกหมด ทำให้ร่องแฟบจนไม่เห็นในอัลตราซาวด์ธรรมดา

วิธีตรวจที่แม่นยำและให้ข้อมูลดีที่สุดคือ:

🔍 Infusion Sonography

หรือ อัลตราซาวด์ฉีดน้ำเกลือเข้าโพรงมดลูก

ประโยชน์:

  • ทำให้โพรงมดลูกขยาย
  • มองเห็นร่องแผลชัดเจน
  • วัดขนาด ความลึก ความกว้าง
  • ประเมินกล้ามเนื้อที่เหลืออยู่

ข้อมูลเหล่านี้สำคัญต่อการวางแผนการรักษา



⭐ วิธีรักษาตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด

การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของอาการและความจำเป็นของแต่ละคน

1. รักษาด้วยยา (ไม่ผ่าตัด)

เหมาะกับคนที่:

  • อาการไม่รุนแรง
  • เลือดออกเล็กน้อย
  • ไม่ต้องการมีบุตรในอนาคต

วิธีคือ:

  • ใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อลดปริมาณประจำเดือน

เมื่อเลือดประจำเดือนน้อยลง

เลือดค้างก็ลดลง

ทำให้อาการดีขึ้นได้มาก


2. ผ่าตัดเล็มแผล (Hysteroscopic Surgery)

เหมาะกับกรณี:

  • เลือดออกมาก
  • เป็นเรื้อรัง
  • ใช้ยาคุมแล้วไม่ดีขึ้น

วิธีการ:

  • เล็ม “แง่ง” ของแผลออก
  • ทำให้พื้นร่องเรียบ
  • ลดการค้างของเลือด

ผลลัพธ์:

  • เลือดกระปริบกระปรอยลดลง
  • ตกขาวสีน้ำตาลดีขึ้นหรือหายไป

3. เย็บปิดร่องแผล

ใช้ในกรณีรุนแรงมาก เช่น:

  • ร่องลึกผิดปกติ
  • ผ่าคลอดหลายครั้ง
  • แผลเป็นมีขนาดใหญ่

ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น



⭐ ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอด อันตรายไหม?

โดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่อันตรายร้ายแรง

แต่เป็นภาวะที่:

  • รบกวนชีวิตประจำวัน
  • ส่งผลต่อความมั่นใจ
  • หรือทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง

ที่สำคัญคือ

ไม่ควรคิดว่า “ธรรมดา” แล้วปล่อยไว้

เพราะมันคือสัญญาณว่าโครงสร้างภายในมดลูกผิดปกติ และสามารถรักษาได้



⭐ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ควรตรวจเมื่อ:

  • อาการนานกว่า 7–14 วันหลังประจำเดือน
  • เป็นซ้ำทุกเดือน
  • ปริมาณเยอะจนรำคาญ
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • เจ็บท้องน้อย

หรือถ้าคุณ:

  • ผ่าคลอดมากกว่า 1 ครั้ง

เพราะโอกาสเกิดแผลเป็น และร่องลึกสูงขึ้น



⭐ มีผลต่อการมีบุตรไหม?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล

ในบางราย อาจทำให้:

  • มีเลือดค้าง
  • เกิดการอักเสบ
  • หรือรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

ดังนั้น

หากมีแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคต

ควรรักษาและประเมินให้เรียบร้อยก่อน


⭐ ความแตกต่างระหว่าง “ตกขาวสีน้ำตาลจากแผลผ่าคลอด” vs “จากการติดเชื้อ”

ลักษณะแผลผ่าคลอดการติดเชื้อสีน้ำตาลเหลือง, เขียว, เทากลิ่นไม่มี/อ่อนกลิ่นแรงปริมาณน้อย แต่ต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อย ๆอาการร่วมปวดน้อยหรือไม่มีคัน, แสบ, ปวดระยะเวลา7–14 วันหลังเมนส์ต่อเนื่องจนรักษา



⭐ ใครมีความเสี่ยงมากที่สุด?

  • ผ่าคลอด >1 ครั้ง
  • อายุ >30 ปี
  • ประจำเดือนมามาก
  • น้ำหนักเกิน
  • ฮอร์โมนแปรปรวน
  • เคยผ่าตัดมดลูกอื่น ๆ

⭐ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ตกขาวสีน้ำตาลทุกเดือน ถือว่าปกติไหม?

ไม่ปกติ

ถ้าเป็นทุกเดือน ควรตรวจ

Q2: หลังมีเพศสัมพันธ์แล้วมีตกขาวสีน้ำตาล เกี่ยวไหม?

เป็นไปได้ เพราะการมีเพศสัมพันธ์อาจกระตุ้นให้เลือดค้างไหลออก

Q3: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น เริ่มจากการรักษาด้วยยาได้ก่อน

Q4: ผ่าตัดเจ็บไหม?

ส่วนใหญ่ผ่าตัดผ่านกล้อง เจ็บน้อย พักฟื้นเร็ว


⭐ บทส่งท้าย

ตกขาวสีน้ำตาลหลังผ่าคลอดเป็นภาวะที่พบได้บ่อย

แต่ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้ว่ามันมาจาก “แผลเป็นที่มดลูก” และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ความจริงคือ:

  • ตรวจได้
  • รักษาได้
  • และผลลัพธ์ดีมาก

ถ้าคุณมีอาการเรื้อรังทุกเดือน

อย่าปล่อยให้มันเป็นเพียง “เรื่องที่คุ้นชิน”

เพราะการรักษาที่ถูกต้องสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคุณได้จริง


****************************

ความเชี่ยวชาญอื่นๆของ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์

ให้คำปรึกษา และรักษา


  • ฉีดสีประเมินท่อนำไข่(HSG)
  • ตรวจน้ำเชื้อ(Semen analysis)
  • เจาะฮอร์โมนสตรี เช่น AMH, FSH, LH, E2, P4
  • ประเมินเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ด้วย MRI
  • ปรับพฤติกรรม และให้ยาในคนไข้ PCOS ที่มีภาวะอ้วน
  • แก้หมัน(เปิดหน้าท้อง,ผ่านกล้อง)
  • ฉีดเชื้อ(IUI) 
  • เด็กหลอดแก้ว(IVF, IVF-ICSI)(ให้คำปรึกษา)
  • ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกผ่านกล้อง 
  • ผ่าตัดเนืองอกกล้ามเนื้อมดลูกผ่ากล้อง
  • ผ่าตัดเลาะพังผืดผ่านกล้อง
  • ผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ด้วย CO2 laser
  • ให้คำปรึกษาการรักษาเนื้องอกมดลูกด้วย HIIFU, Microwave, RF


รีวิว

ติดต่อเรา

มุสิกา คลินิก

ปราจีนบุรี

เบอร์โทร

037-625-342 (ศูนย์สุขภาพสตรี)
037-212-987 (กุมารเวชกรรม)
037-216-727 (ผิวพรรณและความงาม)

ที่อยู่

62/8-9 ถนนปราจันตคาม ต.หน้าเมือง อ. เมือง ปราจีนบุรี

เวลาทำการ

ศูนย์สุขภาพสตรี
17:00 - 20:00 อาทิตย์-ศุกร์
09:00 - 12:00 เสาร์

กุมารเวชกรรม
17:00 - 20:00 จันทร์-ศุกร์

ผิวพรรณและความงาม
12:00 - 20:00 จันทร์-ศุกร์
10:00 - 20:00 เสาร์-อาทิตย์